8.8.52

Faith, Trust, Believe: ความเชื่อที่แตกต่าง


ผมได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่ง เกี่ยวกับเรื่องพลังแห่งความเชื่อของมนุษย์ ซึ่งสามารถทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้หลายประการ อ่านแล้วอดที่จะหยิบยกคำศัพท์เกี่ยวกับความเชื่อ มาฝากท่านผู้อ่านไม่ได้ โดยขอนำเสนอคำแรกคือคำว่า

Believe (อ่านว่า บี ลีฟ) แปลว่า เชื่อ

เป็นคำกริยา ถ้าเป็นคำนาม เราจะใช้คำว่า Belief (อ่านว่า บิลิฟ) แปลว่า ความเชื่อ คำว่า believe เป็นคำพื้นๆ ที่เราได้ยินได้ฟังกันบ่อยๆ เวลาพูดถึง คำว่าเชื่อ โดยทั่วๆ ไปก็มักจะใช้คำนี้เป็น คำในการแต่งประโยค ซึ่งก็ไม่มีอะไรซับซ้อนมากมาย แต่ยังมีอีกคำที่ความหมายในการแปลเหมือนกันแต่มีความลึกซึ้งกว่ากัน นั่นคือคำว่า

Trust (อ่านว่า ทรัสทฺ) แปลว่า เชื่อถือ (ไว้วางใจ)


คำนี้แตกต่างตรงที่ว่าเป็นความเชื่อ แบบวางใจ เป็นความเชื่อที่อยู่ในขั้นลึกซึ้งกว่า เช่น ถ้า มีคนขอยืมตังแล้วบอกว่า เดือนนึงจะใช้คืนให้ ถ้าผมพูดว่า I believe you. หรือ ผมเชื่อคุณ อันนี้อาจจะประมาณแนวว่า เชื่อนะว่าคุณจะคืน แต่ อาจไม่ให้ยืมก็ได้พูดไปงั้นๆ แต่ถ้าผมพูดว่า I trust you. แบบนี้โอกาสให้ยืมมีสูงเพราะผมเชื่อว่าคุณจะคืนผมแน่ เพราะผมใช้คำว่า trust ซึ่งแปลว่าเชื่อแบบวางใจ ซึ่งมันจะลึกซึ้งกว่า จะเห็นได้ว่า ถ้าเราต้องการ จะแสดงให้เห็นว่าเราเชื่อเขาอย่างมาก ควรใช้คำว่า trust เกือบลืมบอกไป คำว่า trust นี้เป็นได้ทั้งคำ กริยาและคำนามนะครับ ออกเสียงเหมือนกัน สะกดเหมือนกัน

ทีนี้ท่านผู้อ่านอาจจะสงสัยว่า แล้วมีคำไหนอีกที่ สามารถสะท้อนคำว่า เชื่อ ได้ลึกซึ้งกว่า trust อีกไหม? อันนี้เป็นคำถามที่น่าสนใจ คำตอบคือ มีครับ ผมขอนำเสนออีกคำหนึ่งซึ่งเป็นคำที่ลึกซึ้งสุดๆ นั่นคือคำว่า

Faith (อ่านว่า เฟธทฺ) แปลว่า ความเชื่อ (แบบศรัทธา)

คำนี้เป็นคำนามนะครับ จะใช้ในกรณีเป็นความเชื่อในทางศาสนา เป็นความเชื่อมั่นและศรัทธาอย่างมาก ยอมแม้กระทั่งสละชีวิต เพื่อรักษาความเชื่อนี้ เช่น นักบุญหลายๆ คนในศาสนาคริสต์ที่โดนฆ่าตาย แต่ไม่ยอมเปลี่ยนความเชื่อในพระเยซู ความเชื่อแบบนี้ล่ะครับที่เรียกว่า Faith เป็นความเชื่อฝ่ายจิตวิญญาณที่ไม่ได้อิงอยู่กับวัตถุสิ่งของ ความเชื่อแบบนี้ ถือเป็นความเชื่อขั้นสูงสุดที่มนุษย์ธรรดาๆ คนหนึ่งจะมีได้ ถ้าให้จัดลำดับแล้วความเชื่อแบบนี้ คือความเชื่อในระดับบนสุด และทำได้ยากที่สุด คือเชื่อแบบหมดหัวใจ เชื่อแบบไม่มีข้อสงสัย มีอีกคำที่ต้องระวังนะครับ เพราะออกเสียงคล้ายกันกับ faith นั่นคือคำว่า

Fate (อ่านว่า เฟท) แปลว่า โชคชะตา

คำนี้เป็นคำนาม แปลว่าโชคชะตา หรือพรหมลิขิต ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับความเชื่อดังนั้นจึงต้องใช้ความระมัดระวังให้ดี เวลาได้ยินคำสองคำนี้ ในบทสนทนา มิฉะนั้น อาจทำให้แปลความหมายผิดได้

ก่อนจบบทความในวันนี้ ผมอยากบอกท่านผู้อ่านว่า ความเชื่อ ไม่ว่าจะระดับไหนก็ตาม ถือเป็นทรัพย์สมบัติอันมีค่าของมนุษย์ เป็นทรัพย์สมบัติที่ไม่มีโจรห้าร้อยหน้าไหนสามารถมาตีชิงวิ่งราวไปได้ เป็นทรัพย์สมบัติที่ต้องสร้างขึ้นด้วยตนเอง ด้วยความดี ความบากบั่นมานะพยายาม จนเกิดเป็นความเชื่อถือและวางใจ หรือแม้กระทั่งความศรัทธา จากผู้คนรอบข้างและผู้คนในสังคม ถ้าเมื่อใดที่ท่านมีสมบัติ ที่ชื่อว่า "ความเชื่อ" ท่านจะไม่มีวันตกต่ำหรืออดตาย เพราะจะมีผู้คนคอยช่วยเหลือหรือสนับสนุนท่านอยู่ตลอดไป ผมจึงเรียกความเชื่อว่า เป็น ทรัพย์ที่เป็นอมตะ และเป็นคุณสมบัติสำคัญของคนที่จะประสบความสำเร็จในชีวิตครับ

Live by Faith
ดำเนินชีวิตด้วยความเชื่อ

อาจารย์ บอม
08-08-09

1 ความคิดเห็น:

  1. ขอบคุณมากเลยค่ะ เข้าใจขึ้นเยอะแถมได้ข้อคิดดีๆ

    ตอบลบ