28.9.55

Pain – Ache-Rankle : แบบไหนเจ็บปวดกว่ากัน?



เมื่อสองวันก่อนผมพาคุณแม่ไปหาคุณหมอที่คลินิคแห่งหนึ่ง เมื่อไปถึงพบว่ามีคนป่วยจำนวนมากมานั่งรอคิวพบคุณหมออยู่  บ้างก็เจ็บป่วยหนัก ถึงขนาดกุมท้องร้องโอดโอย เลย  ทำให้นึกถึงสัจจธรรม ความไม่เที่ยงของสังขาร ที่ว่า เกิดแก่เจ็บตาย ขึ้นมา แต่วันนี้ไม่ได้จะมาเทศน์ให้ปลง  เผอิญนึกถึงคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง เจ็บๆ ป่วยๆ ขึ้นมาได้ เลยขอนำมาเล่าให้ฟัง เริ่มกันที่

Ache (อ่านว่า เอ้ก แปลว่า ความเจ็บ


คำนี้เป็นคำนามแปลว่า ความเจ็บ”  หรือถ้าเป็นคำกริยา จะแปลว่า เจ็บปวด   โดยเรามักจะพบคำนี้ไปประกบติดกับคำอื่นๆ เพื่อบ่งบอกถึงความเจ็บปวดเฉพาะในจุดนั้นๆ ตัวอย่างเช่น  Headache แปลว่า ปวดศีรษะคือนำคำว่า Head ที่แปลว่า ศีรษะ มาวางไว้หน้าคำว่า ache ที่แปลว่า ปวดก็เลยได้คำใหม่ว่า ปวดศีรษะ”   ดังนั้นเมื่อเรารู้สูตรแบบนี้ เราก็สามารถนำคำอื่นๆ มาวางหน้าคำว่า “ache” เพื่อบ่งบอกถึงความเจ็บปวดในอวัยวะนั้นๆ ได้ เช่น toothache ก็จะแปลว่า ปวดฟัน   เป็นต้น  ไม่ยากใช่ไหมครับ     เอาล่ะตอนนี้เรามาดูคำศัพท์อีกคำที่ความหมายคล้ายๆ กัน นั่นคือ

Pain (อ่านว่า เพนแปลว่า เจ็บปวด

คำนี้เป็นคำนาม แปลว่า เจ็บปวดแต่ถ้าเป็นคำกริยา จะแปลว่า ทำให้เจ็บปวด”   คำนี้ใช้ได้ทั้งความหมายในด้านความเจ็บป่วยทางกายและความเจ็บปวดทางใจ  แต่ถ้าเราจะหาคำศัพท์ที่เน้นเรื่องความเจ็บปวด ทางจิตใจแต่เพียงอย่างเดียว ผมขอเสนอคำว่า

Rankle (อ่านว่า แร๊ง เคิ่ลแปลว่า เจ็บปวด

คำนี้เป็นคำกริยา แปลว่า เจ็บปวดโดยจะใช้ในกรณี เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความเจ็บปวดทางจิตใจ ที่เกิดจากประสบการณ์ในอดีต หรือความขมขื่นใจ เป็นหลัก  ยกตัวอย่างประโยคเช่น  

His past rankled in his mind.  อดีตของเขาทำให้จิตใจของเขาเจ็บปวด

ป่วยกายไปหาหมอ ก็ยังหายได้ แต่ป่วยใจก็คงมีแต่จิตของตัวเราเองนั่นล่ะ ที่จะรักษาได้  เจ็บปวดแบบ ache แบบ pain จะว่าไปแล้วยังไม่เรื้อรังและทรมานเท่าแบบ  rankle เพราะเจ็บแบบหลังมันฝังลึกยาวนานลงไปในจิตใจ สิ่งเดียวที่ทำได้คือตัดใจปล่อยวาง และมีความสุขอยู่กับ ปัจจุบัน”   ...

อาจารย์บอม
28-09-2012



1 ความคิดเห็น: